เล่าหลังเล่น ตอนที่ 1 ความโหดหินหลังสัมผัส Sekiro Shadows Die Twice

Playulti 15 Apr 2019, 17:41:45
ข่าวเกม PC


แม้ว่าตัวเกมจะจำหน่ายไปหลายอาทิตย์แล้ว ชื่อของเกม Sekiro: Shadows Die Twice ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่เกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ทั่วโลกต่างจดจ้องและจับตามองในฐานะหนึ่งในเกมจากผู้สร้าง Dark Souls ที่ว่ากันว่าโหดที่สุด ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ตั้งตารอคอยและคาดหวังว่าอยากจะเล่นมันให้ได้ในปี 2019 ถึงขนาดสั่งพรีออเดอร์ในรูปแบบดิจิตอล และนับวันนับชั่วโมงรอเล่นจนแทบไม่ไหว แม้ว่าตัวผมเองนั้นยังไม่เคยได้แตะหรือสัมผัสตัวเกมเดโมแม้แต่อย่างใด และในวันที่ 22 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ Sekiro: Shadows Die Twice ได้เปิดให้เล่นพร้อมกันทั่วโลกก็มาถึง….


นบทความนี้จะเป็นการเล่าประสบการณ์หลังจากการเล่นเกมนี้ อาจจะมีการรีวิวและสปอยเนื้อหาบางอย่างของเกมนี้ ดังนั้นควรใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วยนะครับ


ถ้าจะให้พูดกันตามตรงสำหรับประสบการณ์เกมสไตล์ Soulsborne นี้ ผมเล่นมันเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Dark Souls ทั้งสามภาค Bloodborne หรือแม้กระทั่งเกมแนว Souls Clone อย่าง Ni-Oh ก็เรียกว่าเคยผ่านสมรภูมิความโหดหินกันมาบ้างแล้ว แต่สำหรับ Sekiro: Shadows Die Twice มันคือความท้าทายชิ้นใหม่ที่ผมไม่เคยสัมผัสมันมาก่อน ได้แต่เห็นวีดีโอเกมเพลย์หรือเพียงแค่เทรลเลอร์แค่นั้น พอมาได้สัมผัสจริงๆ ก็ต้องบอกเลยว่า มันแตกต่างจากซีรี่ส์ Dark Souls หรือ Bloodborne อย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของปุ่มบังคับ ที่เปลี่ยนไป ท่าทางการแอคชั่นที่มีมิติมากกว่าการกลิ้งหลบ เพราะเกมนี้มันมีกระโดดและแดชพุ่งได้ แถมยังมีระบบการลอบเร้นที่ดูเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้รู้สึกว่ามันแตกต่างจากเกมแนว Soulsborne อย่างเห็นได้ชัด ธีมหรือฉากหลังของเกมนี้จะอยู่ในช่วงยุคสงครามเซนโกคุ เราคือนินจาที่มีหน้าที่รับใช้องค์ชายผู้มีสายเลือดต้องคำสาป และองค์ชายที่ว่าก็โดนจับตัวจากยอดขุนพล โดยเป้าหมายของเกมคือการพาตัวองค์ชายกลับมา และหาวิธีแก้คำสาปสายเลือดนี้ไปให้ได้ มันดูเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างจะเป็นสูตรที่เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ความจริงแล้ว เนื้อหาระหว่างเล่นนั้นกลับมีความซับซ้อนมากกว่านั้น โชคยังดีที่ตัวเกมมีซับไตเติ้ลหรือแปลเป็นภาษาไทยด้วยทำให้ผมสามารถเข้าใจเกมนี้ได้ไม่ยาก



"คนไม่เก่งอังกฤษยังไงก็รู้เรื่อง เพราะเกมนี้มันแปลเป็นภาษาไทยไว้หมดแล้ว!!"


ในช่วงการเล่นประมาณสองชั่วโมงแรกตั้งแต่ทำความเข้าใจกับระบบเกมและทดลองการแอคชั่นใหม่ๆ สิ่งแรกที่ผมคิดคือ เกมนี้มันมีความยากในการป้องกันค่อนข้างสูง ถ้าเป็น Dark Souls เราจะใช้โล่ในการป้องกันการโจมตีศัตรู หรือ Bloodborne ต้องโยกหลบศัตรูหรือยิงสวนการโจมตีบางจังหวะ แต่กับ Sekiro: Shadows Die Twice นั้นไม่ใช่เลย การเอาดาบมาการ์ดกันก็ช่วยป้องกันการโจมตีระดับนึง แต่การที่จะสวนกลับมันนั้นกลับทำได้ยาก เพราะศัตรูนั้นโจมตีต่อเนื่องและหาจังหวะสวนทุกครั้งเมื่อเราโจมตีพลาด และวิธีที่จะสามารถต่อกรกับศัตรูดังกล่าวได้ดีที่สุดนั่นคือการ “Parry” คอเกมต่อสู้หลายคนคงจะคุ้นเคยวิธีการป้องกันชนิดนี้เป็นอย่างดี สำหรับคนที่ไม่เข้าใจการ Parry นั้นคือการปัดป้องการโจมตีของศัตรู เมื่อจังหวะที่ศัตรูหวดดาบ หรือกำลังจะฟัน ให้กดปุ่มการ์ดเพื่อก่อเกิดการปัดป้อง ทำให้ค่าสมดุลนั้นเพิ่มขึ้น เมื่อเกจสมดุลเต็มศัตรูจะอยู่ในสถานะเสียหลัก หรือเรียกง่ายๆ ว่าการ์ดแตก ซึ่งนั้นจะทำให้เราใช้ท่าสังหารมันจนตายได้นั่นเอง แต่เสียอย่างเดียวที่การ Parry นั้นต้องอาศัยจังหวะค่อนข้างแม่นยำ มันเลยทำให้คนทั่วไปตาสีตาสาที่เล่นเกมฟันๆ กันๆ อย่างเดียวนั้นหัวร้อนได้ไม่ยาก


"ปัจจัยสำคัญในการเอาชนะศัตรูคือการ Parry ปัดป้องท่วงท่าแล้วฆ่ามันซะ!!"


แม้ว่าเกมนี้มันจะยากที่การป้องกันการโจมตีศัตรู แต่ก็ใช่ว่ามันจะทำให้เล่นไม่ได้เสียทีเดียว ทีมพัฒนาได้ใส่ระบบการเกิดครั้งที่สองขึ้น เมื่อใดที่ศัตรูโจมตีเราตาย เราจะสามารถเลือกได้ว่าเราจะเกิดใหม่หรือตายตรงนั้น โดยการเกิดใหม่จะเสียดวงเกิด 1 ดวง ส่วนตัวผมมองว่านี่มันเป็นระบบไฮไลท์สำคัญที่ชูให้เกมนี้มันโดดเด่นอย่างแท้จริง ถ้าลองชั่งดูกับการโจมตีที่บ้าคลั่งแบบไม่ลดละของศัตรู ผมบอกได้เลยว่าตอนเล่นใหม่ๆ มีดวงเกิดดวงเดียวก็ไม่พอจริงๆ ผมใช้เวลากับการปราบมินิบอส (ย้ำว่ามินิบอส) ก็ต้องตายเกิด วนเวียนอยู่อย่างนี้ไปอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5-10 รอบ


"แค่ขุนพลระดับมินิบอสยังยากขนาดนี้ แล้วบอสจริงๆ จะขนาดไหน"


และด้วยความพยายามของผมเองอีกนั่นแหละ ที่ทำให้การเล่นยังดำเนินต่อไปอีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง ทำให้ได้พบกับบอสด่านแรกที่เกมเมอร์หลายคนต้องยอม ใช่แล้วครับ คุณป้ามหาภัยอย่าง “โอโจ้ ผู้ใช้ภาพลวงตา” ตอนสู้ช่วงแรกๆ ต้องบอกเลยว่า ผมต้องตายกับตัวนี้ไปมากถึง 20-30 รอบกว่าจะจับทางและจับจุดได้ ซึ่งรอบประมาณสัก 35 ขึ้นไป พอพิชิตเฟสแรกได้ ก็จะเจอกับเฟสที่สอง ซึ่งการโจมตีของเธอนั้นเหนือกว่าด้วยการเรียกวิญญาณ ถืออาวุธตามไล่ฟาดอย่างไม่ลดละ โดยวิธีแก้จริงๆ คือการใช้ไอเท็มที่เรียกว่า “เมล็ดกังวาล” เพื่อไล่วิญญาณเหล่านั้นออกไป แต่ถ้าไม่ไล่ ป้าโอโจ้จะดีดนิ้วและวิญญาณเหล่านั้นจะกลายป็นกระสุนพุ่งติดตามตัวเราเหมือนมิซไซล์ติดตาม ซึ่งนั่นทำให้เสียหายค่อนข้างมากเลย และเฟสนี้แหละที่ผมต้องตายซ้ำตายซากอีกมากกว่า 20 รอบด้วยกัน จนถึงจังหวะที่ผมสามารถใช้ Parry เป็นและปราบป้าได้ เรียกว่าต้องตายแล้วตายอีกร่วมๆ เกือบร้อยรอบได้ และนั่นก็เป็นประสบการณ์ที่สำคัญในการพิชิตด่านต่อไปกับเกมนี้


"นี่คือโฉมหน้าคุณป้ามหาภัย โอโจ้ผู้ใช้ภาพลวงตา บอสช่วงแรกที่ส่งให้เกมเมอร์หลายคนต้องถอดใจเกมนี้"


หลังจากอ่านช่วงนี้จะเห็นได้ว่า แม้เกมมันจะยากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ผมอยากให้คุณได้เรียนรู้อย่างหนึ่งจากเกมนี้คือ ความอดทน ความพยายาม และการเรียนรู้ แม้ว่าเกมนี้จะยากแสนยากในสายตาของคุณ แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าคุณรู้จักสามสิ่งที่กล่าวมา การพิชิตเกมนี้จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวและมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก ที่สำคัญเกมนี้มันสอนผู้เล่นให้รู้จักกับบทเรียนต่างๆ หลายอย่างที่มันสามารถสะท้อนได้ในชีวิตจริงๆ เช่น การไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก แม้ว่าจะโดนนายพลซามูไรระดับมินิบอสฆ่าตายซ้ำซาก การเรียนรู้ความผิดพลาด และหาวิธีเอาชนะด้วยการศึกษากระบวนท่าจากศัตรู เป็นต้น ดังนั้น ถ้าใจคุณมองว่าเกมนี้ไม่ยาก Sekiro: Shadows Die Twice จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่ผมกล้าพูดเลยว่า คุณจะประทับใจและได้ความทรงจำอันดีเยี่ยมจากการเล่นแน่นอนครับ


กำลังโหลด...